เพราะอะไร!!! ใส่ปุ๋ยหวานแล้วไม่หวาน???

          หลายๆคนอาจทราบอยู่แล้วว่า ปุ๋ย K (โพแทสเซียม) เป็นปุ๋ยที่ช่วยเพิ่มความหวานของผลไม้ แต่อย่าลืมว่า การให้ปุ๋ย K เป็นแค่ 1ในอีกหลายๆขั้นตอนของการทำหวานเมล่อน การที่จะทำเมล่อนให้หวานจะต้องดูแลให้เริ่มสร้างความสมบูรณ์ให้กับต้น ให้แข็งแรงตั้งแต่แรกเราต้องให้ปุ๋ยตามที่เมล่อนในแต่ละช่วงอายุเพื่อสร้างความสมบูรณ์ของต้นและพร้อมที่จะทำหวาน พอถึงเวลาทำหวานพืชจะดูดอาหารทั้งหมดที่สะสมไว้ที่ใบมาให้ที่ลูกเองโดยธรรมชาติ ฉะนั้นการเน้นให้เร่งปุ๋ย K ในช่วงติดผลจึงไม่ถูกต้องทั้งหมด

           ผู้ปลูกเมล่อนมือใหม่เข้าใจผิดคิดว่า ถ้าใส่ปุ๋ยโพแทสเซียม (K) สูง เช่น 0-0-60, 0-0-50 หรือ 13-0-46 เข้าไปแล้วผลไม้จะหวาน  จริง ๆ แล้วถูกแค่ส่วนเดียว ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจกลไกความหวานก่อน ความหวานในผลไม้เกิดจาก 3 อย่างนี้

  1. สะสมอาหารที่ใบ
  2. เปลี่ยนธาตุอาหารเป็นน้ำตาล
  3. เคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบมาที่ผล

สะสมอาหารที่ใบ และเปลี่ยนเป็นน้ำตาล

          การสะสมอาหารของใบ เกิดจากการที่รากดุดปุ๋ยจากดินขึ้นมาที่ใบ (เดี่ยวนี้วิวัฒนาการทันสมัยมีการให้ปุ๋ยทางใบ เสริมทางดิน เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น) จากนั้นใบจะทำหน้าที่สังเคราะห์แสง เปลี่ยนเหมือนเป็นโรงครัว ที่ที่ปรุงธาตุอาหารที่ได้ (ทั้งทางดิน และทางใบN P K Ca Mg S B Fe Mn Zn Cu MO Ni Cl น้ำ และอากาศ) เป็นอาหารที่พืชกินได้ นั่นก็คือ แป้ง น้ำตาล กรดอะมิโน ฮอร์โมน เอ็นไซน์ วิตามินต่างๆ กลิ่น สี รส
          ใบสะสมอาหารไม่ใช่แค่ แป้ง น้ำตาลอย่างเดียว (มือใหม่หลายคนเข้าใจว่า สะสมน้ำตาล) ดังนั้นถ้าเราให้ปุ๋ยไม่ครบ การสะสมอาหารที่ใบก็จะลดน้อยลงไป ลดลงอย่างนึกไม่ถึง แทบอนุมานได้ว่า การให้ธาตุอาหารครบทุก ๆ ธาตุอาหาร 2 ชนิด จะเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงของ ใบ ขึ้นทีละ 10 เท่า เช่น ธาตุ 4 ชนิด ก็ 100 เท่า 6 ชนิดก็ 1000 เท่า …ธาตุครบ 14 ชนิดก็ 10,000,000 เท่า

ดังนั้น จุดเริ่มต้นแรกของการทำหวานจึงเริ่มจากการสะสมอาหารที่ใบก่อน
ใบที่มีการสะสมอาหารที่มากพอ จะมีลักษณะ
1. ใบมีสีเขียวเข้ม
2. มีลักษณะหนา
ถ้าใบเขียวเข้ม ใหญ่ หนา และเยอะ ถือว่าต้นไม้สมบูรณ์
แต่ถ้าใบเขียวสด (ไม่ใช่เขียวเข้ม) เยอะแต่ไม่หนา เรียกบ้าใบ แบบนี้ผลผลิตไม่ดี แล้วถ้าใบสะสมอาหารเต็มที่ จะย้ายไปสะสมที่กิ่งก้าน กิ่งก้านจะอวบอ้วนเต่ง ดังนั้นถ้าใบไม่มีอาหาร ไม่มีแป้ง น้ำตาล และสารอาหารต่าง ๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุมันก็ไม่มีอะไรย้ายมาที่ลูก ต่อให้ใส่อะไรไปผลก็จืด คราวนี้ถ้าใบมี สารอาหารต่าง ๆ สารอาหารเหล่านี้จะย้ายมาที่ผล

เคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบมาที่ผล

พืชจะย้ายแป้ง น้ำตาล และสารอาหารต่างๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ กลิ่น มาที่ลูกกลไกการย้ายมาจาก ความเข้มข้นของสารแป้ง และสารต่างๆ ที่ผลิตที่ใบ นึกออกไหมครับ พอใบสังเคราะห์แสงเก็บสารอาหารต่างๆ เช่น แป้ง น้ำตาลไว้ในใบระดับความเข้มข้นของแป้ง น้ำตาลที่ใบ ก็จะสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้ ผลที่เพิ่งเกิดก็ยังไม่มีสารอาหารต่างๆ ในลุก ความเข้มข้นของแป้ง น้ำตาลจะต่ำ แป้ง น้ำตาลจากใบก็จะไหลผ่านท่ออาหารเข้ามาที่ลูก และซึมเข้าไปในผลโดยการทำงานของโพแทสเซียม (K) ร่วมกับ โบรอน (B) ดังนั้น K จึงเปรียบเสมือนปุ๋ยเคลื่อนย้ายความหวาน และแร่ธาตุต่าง ๆ นั่นคือ K และ B เป็น ระบบขนส่งภายในของต้นไม้โดยมีท่ออาหารเป็นเหมือนถนน

สรุปแบบสั้น ๆ ถ้าใส่ปุ๋ยให้ครบ ให้ใบสะสมอาหารเต็มที่ แล้วให้ปุ๋ย ที่มี  K สูงร่วม กับ B (ส่วน B ผมแนะเสมอว่าให้เลือก 15-0-0+B) แบบนี้ หวานแน่ แถมรสชาติ กลมกล่อมหอมครบถ้วนคับ กลับกันคับ ถ้าใบไม่สะสมอาหาร ใส่อะไรก็ไม่หวานนะครับ

เครดิตข้อมูลจาก:ใส่ปุ๋ยให้ถูกพืชก็งาม by อ.ภพ Pobsak Panasrithong และ www.baangonong.com/article

แบ่งปันให้เพื่อนได้อ่าน

ค่าความไม่รู้ แพงกว่าค่าความรู้เสมอ
ถ้าคุณสนใจความรู้สาระแบบนี้
กดติดตามเพจ นิทานบ้านไร่ bokujou.org ด้านล่างนี้

X
Top