เมล็ดจากลูกเมล่อนที่กิน นำไปปลูกต่อได้หรือไม่?

เป็นที่ทราบกันดีว่าการเกษตรในปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าไปมาก มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีลักษณะต่างๆ เช่น เนื้อผลมีความหวาน ลูกโต หรือ ทนทานต่อโรค ตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังพัฒนาให้เข้ากับสภาพอากาศและภูมิประเทศที่จะนำไปปลูกอีกด้วย ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เมล็ดพันธ์มีราคาหรือต้นทุนที่สูงมากถึง 4-6 บาท/เมล็ด โดยเฉพาะพันธ์คุนามิและโมมิจิ เมล็ดพันธ์ดีที่ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นมีราคาสูงถึง 9 บาท/เมล็ด ทำให้เกษตรกรอยากนำเมล็ดที่ได้มาปลูกต่อ

ถ้าถามว่าปลูกได้ไหม เมล็ดจากผลสามารถนำมาปลูกได้ แต่ลักษณะสายพันธุ์ รสชาติ หรือกลิ่น จะแตกจากไปจากเดิมเพราะ มันเกิดความแปรปรวนของพันธุกรรม พูดง่ายๆก็คือมันหลายชั่วรุ่นมากเกินไป ยิ่งหลายชั่วรุ่นก็ยิ่งแปรปรวนสูงจึงทำให้มีลักษณะเปลี่ยนไป

ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น

การปรับปรุงพันธุ์พืช (Plant breeding)

การปรับปรุงพันธุ์พืช (Plant breeding) คือการพัฒนาสายพันธุ์ ทางพันธุ์กรรมของพืชเพื่อให้ได้พืชพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะดีกว่าเดิมหรือตามที่เราต้องการ หนึ่งในวิธีการปรับปรุงพันธุ์พืชก็คือการผสมข้ามสายพันธุ์ โดยการนำสายพันธุ์2สายพันธุ์ที่มีลักษณะดีที่เป็นที่ต้องการมาผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์และการผสมระหว่างพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในครั้งแรกนี้จึงเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเมล็ดพันธุ์ ”F1”

เมล็ดพันธุ์เมล่อนแบ่งได้เป็น 2 ชนิดกว้างๆ คือ

  1. พันธุ์เปิด หรือ ที่เรียกว่า โอ.พี. (O.P.) ที่ย่อมาจากคำว่า Open breed ความหมายของมันก็คือ เป็นเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์แท้ ที่มีพันธุ์กรรมคงที่ ไม่มีการแปรปรวนทางพันธุกรรมเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นสายพันธุ์เดี่ยว หากมีการนำเมล็ดที่ได้จากการเพาะปลูกในรุ่นถัดๆ กันไปทำการเพาะปลูกขยายพันธุ์ ก็จะได้ต้นที่มีลักษณะที่เหมือนต้นเดิมทุกประการ ทั้งรูปทรง โครงสร้าง และผลผลิต พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เราสามารถเก็บพันธุ์เองได้ต่อไปเรื่อยๆ
  2. ส่วนเมล็ดพันธุ์ F1 (F One-Hybrid) เป็นเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์ลูกผสม ในชั่ว (รุ่น) ที่เกิดจากการผสมข้าพันธุ์ระหว่างพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์ หรือเรียกเข้าใจง่ายว่าพ่อและแม่พันธุ์ (อาจจะ 3 หรือ 4 สายพันธุ์ก็ได้) เมล็ดแบบ F1 ที่ได้ไปปลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะเกิดขึ้นผิดไปจากเดิมเนื่องจากเกิดจากการมี 2 สายพันธุ์หรือมากกว่ามาผสมกัน ลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะคล้ายกับสายพันธุ์พ่อหรือสายพันธุ์แม่ ดังนั้นอาจจะทำให้ให้ลักษณะของพืชที่ได้นั้นดีขึ้น หรือเลวลงก็ได้ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าเมล็ดพันธุ์ชนิดนี้มีความแปรปรวนของพันธุกรรมสูง เมื่อนำไปปลูกจะมีความแตกต่างกันในหลายลักษณะ จะไม่เหมือนต้นแม่ จึงไม่เป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรในการเก็บเมล็ดมาทำพันธุ์ต่อไป จะมีก็แต่เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในเชิงการค้าที่มีการผลิตมาโดยเฉพาะ เนื่องจากเมล็ด F1ให้ผลดีกว่า ผลผลิตสูงกว่า พันธุ์เปิด ส่งผลให้ในปัจจุบันเมล็ดพันธุ์มักจะเป็นลูกผสมหรือไฮบริดจ์เสียส่วนใหญ่ เพราะนอกจากผลดีทางพันธุกรรมแล้ว ยังควบคุมสายพันธุ์ไว้ในการควบคุมเพื่อหวังผลทางการตลาดได้ด้วย (ถือเป็นความลับทางการค้านะครับผม และลิขสิทธิ์ของเจ้าของสายพันธุ์นั้นๆ )
X
Top