4เทคนิคการเลือกเมล่อน

          เมล่อน ผลไม้ที่ใครหลายคนชื่นชอบ ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบกินเมล่อน กินครั้งแรกมันอร่อยมาก แต่ด้วยความที่ผมไม่เคยเดินตลาด เลือกซื้อเมล่อน(ผลไม้)ไม่เป็น หลายๆครั้งเลยได้ลูกที่ไม่หวาน หรือหวานเพียงแค่ส่วนแกนกลางของลูกซึ่งมันนิดเดียวเอง แม้ผมจะไปซื้อแพงๆในห้างก็ยังเจอปัญหาอย่างนี้อยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่บ่อยแต่เราจ่ายเงินซื้อของไม่ใช่เสี่ยงโชค เราควรจะได้สิ่งดีๆ ไม่ใช่ต้องไปลุ้นว่าจะได้ลูกที่หวานรึเปล่า

การเลือกเมล่อน

          ต้องบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่เคล็ดลับการเลือกเมล่อนหวานโดยตรง แต่เป็นการเลือกลูกเมล่อนที่สมบูรณ์และอยู่ในช่วงหวานที่สุดของตัวของมัน . . . คือ . . . การที่เราจะดูเมล่อนว่า ลูกไหนหวานไม่หวาน ลูกไหนหวานกว่าลูกไหนนั้น เราไม่สามารถดูได้ แต่เราดูได้ว่าลูกไหนสุกและอยู่ในช่วงที่หวานพร้อมกินแล้ว ถึงลูกที่เราซื้อมาจะปลูกดียังไงแต่ถ้ามันยังไม่ถึงช่วงที่เมล่อนทำหวานแล้วเขาตัดมาวางขายยังไงมันก็ไม่หวานอยู่ดี และนี่คือวิธีการเลือกเมล่อน 

1. ขั้วจะต้องแห้ง

         เมล่อนที่ตัดจากต้นใหม่ๆจะยังไม่หวาน จะต้องทิ้งให้”ลืมต้น”ก่อน โดยการทิ้งไว้ประมาณ2-3วัน หรือดูที่ขั้ว ถ้าขั้วมีลักษณะแห้ง แสดงว่าสุกเริ่มหวานแล้ว

2. ลายตาข่ายชัดเจนและเต็มลูก

          เมล่อนคุณภาพดี จะต้องมีลายตาข่ายที่เต็มลูกและลายชัดเจน เพื่อที่จะบ่งบอกได้ว่าเมล่อนลูกนั้นโตเต็มที่แล้วและถึงอายุการเก็บแล้วนั้นเองครับ

140298195_804398273624114_4830551370180543572_n
3. รอบขั้วของเมล่อนต้องแตกลายงา

          เมล่อนที่จะหวาน รอบขั้วไม่จำเป็นต้องแตกลายงา แต่ถ้าผมเลือกเมล่อน ผมจะเลือกลูกที่รอบขั้วมีแตกลายงา เพราะตอนตัดหรือเก็บเกี่ยว ลูกไหนสุกพร้อมตัดได้แล้วนั้น  ให้ดูว่าลูกนั้นรอบขั้วมีแตกลายงารึยัง ถ้ามีก็หมายถึง ตัดได้แล้ว ซึ่งมันก็บอกกลับได้ว่าลูกจากต้นนี้ผ่านช่วงทำหวานและพร้อมตัดแล้วนั้นเอง

4. ความนิ่มของลูก

          ในข้อ1 เมล่อนที่จะหวานต้องตัดจากต้นแล้วทิ้งไว้จนขั้วแห้งก่อน แต่ถ้านานเกินไปก็จะเสีย แล้ววิธีที่จะดูว่าสุกพร้อมกินหรือเริ่มเละแล้วนั้น สามารถเช็คได้โดยการกดที่ก้นของเมล่อน
– ถ้าเริ่มนิ่มก็สามารถทานได้แล้ว(อย่าลืมว่าขั้วต้องแห้งด้วยนะ)
– ถ้านิ่มมากก็แสดงว่าข้างในเริ่มเละแล้ว

***การดูวงรอบขั้ว***

มีความเชื่อที่พูดต่อๆกันว่า ลูกไหนหวานหรือไม่ ให้ดูขนาดของวงรอบขั้ว วงยิ่งเล็กยิ่งหวาน และถ้าวงใหญ่กว่าเหรียญบาทจะไม่หวาน
แต่วิธีนี้ผมลองแล้ว “ไม่ได้ผล” วงที่ใหญ่กว่าเหรียญบาทแต่หวานก็มี วงที่เล็กเกือบชิดขั้วแต่ไม่หวานก็มี

แต่ถ้ายังดูไม่ออก . . .

          เราแนะนำให้ซื้อจากฟาร์มโดยตรง เพราะการซื้อจากฟาร์มโดยตรง เพราะนอกจากจะได้เมล่อนที่อยู่ในช่วงที่หวานที่สุดแล้ว เขาจะต้องปลูกเมล่อนให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงฟาร์มของเขา ซึ่งต่างจากเมล่อนที่ขายอยู่ในห้างที่เราไม่รู้ว่าใครปลูก และห้างได้กำหนดราคารับซื้อและมาตรฐานของเมล่อนไว้แล้ว โดยกำหนดมาตรฐานความหวานไว้ที่12บริกซ์ และการที่ห้างกำหนดราคารับซื้อไว้แล้ว ทำให้ผู้ผลิตที่ปลูกส่งห้างบางฟาร์มมีเป้าหมายการผลิต อยู่ที่ผลิตเมล่อนให้ได้ผ่านมาตรฐานที่ห้างได้กำหนด จะหวานมากกว่านี้ก็ไม่ได้ราคาที่สูงขึ้น ผู้ผลิตจึงไม่ได้มีเป้าการผลิตเพื่อให้ได้เมล่อนที่มีคุณภาพสูงที่สุด ซึ่งฟาร์มที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่สามารถทำหวานได้ถึง 14 บริกซ์ แต่ก็ไม่ใช่เมล่อนในห้างจะแย่ไปหมด เมล่อนที่มีฉลากบอกฟาร์มที่ปลูก หลายๆฟาร์มทำการแบ่งกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายกับทางห้าง เพราะฉนั้นฟาร์มเหล่านี้ยังคงต้องรักษาคุณเพื่อรักษาชื่อเสียงและคุณภาพเช่นกัน

          และนี่ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการเลือกซื้อเมล่อน เราขอให้ท่านผู้อ่านได้ทานแต่เมล่อนหวานๆนะครับ

แบ่งปันให้เพื่อนได้อ่าน

ค่าความไม่รู้ แพงกว่าค่าความรู้เสมอ
ถ้าคุณสนใจความรู้สาระแบบนี้
กดติดตามเพจ นิทานบ้านไร่ bokujou.org ด้านล่างนี้

X
Top