กินผักหลากสี…ดีอย่างไร

กินผักหลากสี ดีอย่างไร

          ผักเป็นพืชสินค้าบริโภคที่สำคัญอย่างหนึ่งที่คนใช้บริโภคกันเป็นประจำวัน และมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะในแง่ของวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อสุขภาพ แต่กินผักเยอะๆก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับคุณค่าทางอาหารครบถ้วน เพราะผักแต่ละชนิดแต่ละส่วนมีคุณค่าทางอาหารที่แต่ต่างกัน

1. ผักที่มีสีเหลืองหรือส้ม

ผักที่มีเนื้อสีเหลืองหรือส้ม จะมีสารประภทเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และ วิตามินซี  

เพราะมีแคโรทีน (carotene) สูง เมื่อเราบริโภคผักเหล่านี้ สารแคโรทีนจะถูกเปลี่ยนกลายเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ให้ความแข็งแรงต่อเยื่อบุต่างๆ ช่วยให้ใช้สายตาในที่มืดได้ดีขึ้น ผู้ที่ขาดวิตามินเอจะมีร่างกายแคระแกร็น ฟันผุ เป็นหวัดง่าย ตาอักเสบง่าย

ได้แก่ ฟักทอง แครอท มันเทศ มันฝรั่ง

2. ผักกาดและผักกินใบต่างๆ

ผักกาดและผักกินใบต่างๆ มีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคลเซียม ธาตุนี้ช่วยในการสร้างกระดูก ทำให้โครงกระดูกและฟันแข็งแรง ผู้ที่มีสุขภาพดีมักจะมีฟันแข็งแรง ผักเหล่ายังมีธาตุเหล็กสูง ธาตุนี้จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ผู้ที่ขาดธาตุนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง

3. ผักใบสีเขียวต่างๆ

ผักใบสีเขียวต่างๆ มีวิตามินบี 2 (riboflavin) ที่มีบทบาทในการเผาผลาญการย่อย หรือการใช้อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตผู้ที่ขาดวิตามินบี 2 มักจะเป็นโรคปากนกกระจอก ลิ้นอักเสบ เหงือกอักเสบ โรคผิวหนังแห้ง ผิวลอก ขนร่วง

4. มะเขือเทศ มะนาว ผักใบเขียว

มะเขือเทศ มะนาว ผักใบเขียว มีวิตามินซี (ascorbic acid) สูง ผู้ที่ขาดวิตามินนี้จะเป็นโรคโลหิตจาง ซีดเซียว แคระแกร็นกระดูกไม่แข็งแรง เป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟันและเป็นหวัดง่าย

5. ถั่วชนิดต่างๆ

ถั่วชนิดต่างๆ มีวิตามินบี 1 (thiamine) สูง วิตามินนี้มีบทบาทในการย่อยอาหารแป้งและน้ำตาล ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายผู้ที่ขาดวิตามินบี 1 มักจะเป็นโรคเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หงุดหงิดอ่อนเพลียและอาจเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้

6. ผักหลายชนิด เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน

ผักหลายชนิด เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน (mini corn) ยังสมบูรณ์ด้วยอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลอีกด้วย

          สำหรับคนที่จำไม่ได้ หรือคิดว่าพอถึงเวลาจริงก็ลืม ผมเองก็จำไม่ได้หรอก แต่เวลาผมไปกินสลัดผมก็ใช้วิธีง่ายเวลาไปตักสลัด คือ ตักให้ครบทุกเมนูหรือครบทุกสี แค่นี้เองครับ

แบ่งปันให้เพื่อนได้อ่าน

ค่าความไม่รู้ แพงกว่าค่าความรู้เสมอ
ถ้าคุณสนใจความรู้สาระแบบนี้
กดติดตามเพจ นิทานบ้านไร่ bokujou.org ด้านล่างนี้

X
Top